คัมแบ็ค! “โค้ชโจ” พ้นโทษแบน เปิดใจก่อนคุมสวาทแคทรับมือจงอางผยอง เสาร์นี้

โค้ชโจ” พ้นโทษแบน เปิดใจก่อนคุมสวาทแคทรับมือจงอางผยอง

หลังจากที่ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น หัวหน้าผู้ฝึกสอน “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถูกโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนาม 2 นัด ล่าสุดเจ้าตัวจะพ้นโทษ กลับมายืนบัญชาทัพสวาทแคทข้างสนามอีกครั้งในเกมไทยลีก 2021/22 ที่จะเปิดบ้านรับมือ “จงอางผยอง” ขอนแก่น ยูไนเต็ด สุดสัปดาห์นี้

โดยในวันนี้ (10 ก.พ.65) กุนซือสวาทแคทได้ร่วมงานแถลงข่าวออนไลน์ Revo Thai League Meet the press ก่อนการแข่งขัน นัดที่ 21 ได้เปิดใจถึงมุมมองในเกมล่าสุดที่ทีมออกไปแพ้สุพรรณบุรี 0-2 ว่า 💬 “หากใครได้ดูเกมที่เราเจอสุพรรณบุรี ผลแข่งเราอาจแพ้ 0-2 แต่เรามีโอกาสยิงเยอะมาก ประมาณ 20 ครั้ง แต่เราเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ เราก็ต้องแก้ไข แต่ด้วยแท็คติกที่เราวางไว้ มันทำให้เราสามารถต่อยอดได้ ผมก็บอกลูกทีมว่าเราต้องทำการบ้านต่อในการเจอขอนแก่น นี่เป็นเกมสำคัญในฤดูกาลนี้เลย พวกเขาเล่นได้ดี และก็ยากที่จะเอาชนะครับ ซึ่งเราต้องทำการบ้านครับสำหรับการเล่นในบ้านนัดนี้”

 “ตัวควาเม่เอง หากไม่นับที่เขายิงลูกโทษไม่เขา ผมว่าเกมกับสุพรรณบุรีเขาเล่นได้ดีที่สุดเลย ก่อนหน้านี้เขาอาจยิงได้ติดๆ กัน แต่เกมโดยรวมเขายังทำได้ไม่ได้ แต่เกมนัดล่าสุด ที่เขาเล่นได้ ทั้งการเก็บบอล การวิ่งฉีกไลน์เกมรับ และความหลากหลายต่างๆ ผมมองว่านั่นเป็นเกมที่ดีที่สุดของเขา เพียงแค่เขายิงไม่ได้เท่านั้นเอง เราก็ให้ความมั่นใจเขาครับ และบอกว่ารักษาการทำงานหนัก และวิธีการเล่นแบบนี้ไว้ แล้วเดี๋ยวประตูก็จะมาครับ”

โค้ชโจ กล่าวเสริมต่ออีกว่า  “ฟุตบอลไทยลีกปีนี้ยากครับ เราต้องดูเกมต่อเกม เห็นได้จากการเจอทีมอันดับสุดท้ายอย่างเชียงใหม่ ยูไนเต็ด เราก็ได้แค่เสมอ 2 นัด หรือการที่เราไปเยือนขอนแก่น เราก็ได้แค่เสมอ ทิศทางการเล่นตอนนี้เราอาจจะดีขึ้น แต่ตอนนี้เราต้องมองเกมต่อเกมไปก่อน เพราะการวางแท็คติกในแต่ละสัปดาห์ก็ต่างกัน 2 เกมล่าสุดเราอาจแพ้ แต่หากใครได้ดูก็เห็นว่าเรายังมีทรงเกมที่ดี เกมเจอประจวบเราเหลือ 10 คน 1 ชั่วโมง แต่ผมว่าเราเล่นได้ดีกว่าพวกเขา ส่วนเกมกับสุพรรณบุรี ครึ่งแรกเราอาจโดนนำ 0-1 แต่ในครึ่งหลังเราก็พับสนามบุกเลยครับ ผมมองว่าเราทำได้ดีทั้ง 2 เกม แม้จะแพ้ แต่สุดท้ายฟุตบอลถ้าเล่นดีไม่มีคะแนนก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ เราต้องเก็บคะแนนในบอลลีก การกลับมาเจอขอนแก่นนัดนนี้ เราต้องโฟกัสที่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ 3 คะแนน”

“เรามีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากเลกแรก ผมอาจมองเรื่องวิธีการเล่น แท็คติกการเล่นว่าทำได้เหมือนตอนซ้อมไหม ส่วนเรื่องผลการแข่งก็เป็นอีกเรื่อง หากเราไม่ได้เล่นตามแท็คติกแต่ชนะ ผมก็คิดว่าเราคงไม่ได้ชนะทุกเกม แต่หากเราเล่นได้ตามแท็คติกที่วางไว้ ผมก็เชื่อว่าเราจะกลับมาชนะได้ ผมก็บอกให้เด็กๆ ลืม 2 เกมที่ผ่านมาไป แล้วมาโฟกัสกับเกมเจอขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ผมมองว่าสำคัญจริงๆ สำหรับฤดูกาลนี้”

กุนซือวัย 43 ปี เผยต่อ  “เลกแรกของปีนี้เราทำได้ดีกว่าปีที่แล้วครับ แต่ปีที่แล้วเราทำผลงานได้ดีมากในเลก 2 ส่วนปีนี้เลก 2 เรายังเหลืออีก 10 เกม ผมจึงฟันธงไม่ได้ว่าเราทำได้ดีขึ้นไหม แต่หากเราทำให้ดีขึ้นไม่ได้ก็แปลว่าล้มเหลวครับ ผมคิดว่า 10 เกมที่เหลือเราต้องเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดครับ ปีที่แล้วเราเก็บคะแนนในเลก 2 ไป 26 คะแนน ส่วนเดือนมกราคมเราเก็บได้แล้ว 7 คะแนน ผมอยากให้เราได้คะแนนมากกว่าเดิม อยากยกระดับทีมให้ดีขึ้น”

 “ส่วนเรื่องกองหลัง เลกที่ 2 เราเสริมทัพเข้ามาเพิ่ม เราอาจมีปัญหาในเรื่องลูกตั้งเตะ หรือลูกโยนบอลเข้ามา ผมไม่ได้บอกว่าแบ็คโฟร์ชาวไทยของเราไม่ดี เราต้องชม เฉลิมพงษ์, ณัฐพงษ์, ประลอง และ เดชา ที่ใช้มา ผมว่าพวกเขาก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่การที่เราเซ็นกองหลังต่างชาติเข้ามา ก็เพื่อยกระดับทีมให้ไปอยู่โซนกลางตาราง หรือเพื่อเป้าหมายที่สูงขึ้น เราดึงชาร์ลีเข้ามาเพื่อป้องกันลูกโด่ง ลูกตั้งเตะ ลูกครอส ซึ่งตัวเขาก็ผลงานดี”

 “เกมที่เหลือเราก็ต้องทำผลงานให้ดี เรามีเกมในบ้านที่ต้องพยายามเก็บชัยชนะให้ได้ และหวังว่าจะมีคะแนนจากทุกนัดในเกมเยือนที่เหลือ แล้วมาลุ้นว่าเราจะจบอันดับที่เท่าไรครับ

โค้ชโจ ยังพูดถึงการที่จะได้ดวลกับ คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ กุนซือ ขอนแก่น ยูๆไนเต็ด อีกว่า 💬 “จริงๆ ผมกับคาร์ลอสเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ที่เชียงราย แล้วผมก็ชอบทำงานกับคนบราซิลตั้งแต่เป็นนักเตะ แล้วในงานโค้ชผมก็มีนักเตะบราซิลเยอะมาก ส่วนโค้ชบราซิลทั้งคาร์ลอส กามา หรือคนอื่นๆ ผมก็ได้ทักทายและเป็นเพื่อนที่ดีกับพวกเขา เพราะผมคิดว่าฟุตบอลคือชีวิตของพวกเขา คนบราซิลคลั่งไคล้กับมันมาก แล้วผมก็ชอบแบบนั้น ส่วนเกมที่ผ่านมาผมมองว่าเป็นสีสัน และเป็นความดุเดือดในเกม คาร์ลอสต้องการปกป้องผลประโยชน์ให้ขอนแก่น ส่วนผมก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ให้โคราช หากเราไม่มีอารมณ์ร่วมตรงนี้ผมก็คิดว่าผมคงต้องไปทำอาชีพอื่น เรามีความต้องการเป็นผู้ชนะ แต่พอจบเกมมันก็คือจบ ผมรักในสิ่งเหล่านี้ แล้วผมก็ไม่มีอะไรที่จะพูดถึงความขัดแย้งในวันนั้น ฟุตบอลมันก็แค่ 90 นาที มันก็คือชีวิต มันไม่ได้ง่าย ทุกคนใส่เต็มที่อยู่แล้ว มันเป็นสีสันของฟุตบอล และผลการแข่งขันมันก็สำคัญมาก ทั้งอนาคตของโค้ช ของทีมด้วย”

“วันเสาร์นี้เราต้องเจอกันอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าเขาเป็นโค้ชที่ดี มีความละเอียด เป็นงานยากของผมแน่ในการชนะขอนแก่น ซึ่งผมเซอร์ไพรส์มาก พวกเขาดีขึ้นมาเยอะมาก และยากที่จะเอาชนะ รวมถึงการเติมผู้เล่นที่เข้ามาช่วย อิบสัน ในเลก 2 ซึ่งเราจะไปโฟกัสที่อิบสันไม่ได้ พวกเขามีนักเตะที่ดีหลายคน และอย่างที่ทางขอนแก่นบอกครับ ว่าใครจะอดทนมากกว่ากัน และสามารถลงโทษคู่แข่งได้

“ผมเชื่อว่าแฟนบอลขอนแก่นจะตามมาดูที่นี่เยอะแน่นอนครับ ซึ่งน่าชื่นชมเรื่องนี้ครับ ส่วนแฟนบอลของเราก็อย่าน้อยหน้าเขาครับ อยากให้มาเยอะกว่าปกติ เพื่อมาร่วมกันสร้างบรรยากาศดาร์บี้แมตช์ภาคอีสาน เพื่อทำให้เกมน่าตื่นตาตื่นใจ และช่วยกันยกระดับให้ทุกคนพูดถึงทีมจากภาคอีสาน ผมเชื่อว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่ดีเกมหนึ่ง แต่มันจะสนุกไม่ได้หากไม่มีแฟนบอลครับ อยากให้เข้ามาเต็มความจุ มาทำให้เป็นความทรงจำของแฟนบอลทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าเราจะช่วยกันทำให้แฟนบอลประทับใจในเกมนี้แน่นอนครับ” โค้ชโจ กล่าว

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 2021/22 นัดที่ 21 ระหว่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด จะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 18.00 น. ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ่ายทอดสด AIS PLAY

*** เพื่อความสะดวก และลดความแออัดในวันแข่งขัน แฟนบอลสามารถซื้อตั๋วเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ร้าน ทวีผล ทั้งสองสาขา

**** ภาพ / ข่าว : สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

Leave a Comment