“เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว” ยอดกัปตันแห่ง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“ยอดกัปตันแห่งสวาทแคท เจ้าบอล เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว”

 34 ปีกว่า แล้วที่เขาถือกำเนิดขึ้น ณ จังหวัดลพบุรี (7 พฤศจิกายน 2529) โดยมีคุณพ่อ ที่เป็นทหาร และเป็นนักฟุตบอลของกองทัพ ซึ่งเป็นผลให้ดีเอ็นเอความบ้าบอล ถูกถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูก

“บอล” คือ ชื่อเล่นจริง ๆ ของเขาชีวิตของเขาเรียบง่ายตามนิสัยของตัวเองเขาเรียนที่โรงเรียนกำจรวิทย์ ในชั้นประถมศึกษาก่อนย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนพระนารายณ์ ตั้งแต่ ม.1 – ม.6 เขาก็ยังเล่นฟุตบอลนั่นแหละ แต่ไม่หวือหวา ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรแปลกใหม่ กิน นอน เรียน เตะบอล กลับบ้าน กิน นอน เรียน เตะบอล กลับบ้าน ชีวิตของเขา วนลูปแบบนี้นานเกินสิบปี

แม้ว่า “บอล” จะเก่งใช้ได้ เขาเคยติดทีมจังหวัดด้วยนะ และพาบ้านเกิดจบที่สาม ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่จังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี แต่เขาก็มักจะปิดโอกาสตัวเองในการไปอยู่กับโรงเรียนกีฬาชั้นนำที่เข้ามาทาบทาม ทั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตกรุงเทพ

เพราะความติดบ้าน ไม่อยากอยู่ไกลครอบครัว กังวลเรื่องของสถานที่ใหม่ สังคมใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ นั่นทำให้เขายังไม่ถึงเวลาฉายแสงสักที

ครั้นพอจบ ม.6 เขาตัดสินใจเดินทางมาคัดตัวที่กรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนๆ แล้วก็ติดที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (อาร์แบค) ในฐานะนักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย

แต่ก็เรียนไปเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น เขาก็หนีกลับบ้านเพราะไม่ชอบความวุ่นวายของเมืองศิวิไลซ์เขาพูดน้อย เขารักสันโดษ เขาติดบ้าน และเขาไม่อยากห่างไกลครอบครัว ชีวิตของเขามี Comfort Zone ในตัวเอง

ราชภัฏเทพสตรี ในจังหวัดลพบุรี จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แสนสโลว์ของเขาได้มากกว่า ในระดับการเรียนชั้นอุดมศึกษา แถมยังได้เล่นฟุตบอลที่เขารัก ในระดับ ถ้วย ค. และ ถ้วย ข. ไปด้วย

ปี 2007 ในวัย 20 ปี จังหวัดลพบุรี ลงแข่งโปรวิลเชียลลีก โดยใช้นักเตะจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นส่วนใหญ่ และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมเมืองละโว้ที่คว้าแชมป์โปรลีก

ปี 2008 เขาตัดสินใจหนีกรอบที่ตัวเองเคยตีไว้ ด้วยการมาคัดตัวกับสโมสรการไฟฟ้า ฯ ซึ่งมีนักเตะล่าฝันอีกนับร้อยมาคัดพร้อมเขา ก่อนจะได้สัญญาฉบับแรกในชีวิต พร้อมรับเงินเดือนเริ่มต้น 10,000 บาท และเบี้ยเลี้ยงซ้อมอีกวันละ 500 บาท

เขาได้อยู่ทีมเดียวกับนักเตะดีกรีทีมชาติไทย ระดับแม่เหล็กทั้ง อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, โชคทวี พรหมรัตน์, ปฏิภาณ เพ็ชรพูล, อองรี โจเอล, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, พิพัฒน์ ต้นกันยา, รณชัย รังสิโย, ณรงค์ชัย วชิรบาล ฯลฯ

เขาคว้าแชมป์ไทยลีกทันทีตั้งแต่เล่นฤดูกาลแรก แม้จะเป็นตัวสำรอง ด้วยอายุที่ยังดาวรุ่งอยู่

เขามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับเขาลืมความคิดถึงบ้านเขาอยากไปต่อให้ไกลที่สุด
คอมฟอร์ทโซนของเขาถูกพังทลายลง 

ปี 2010 บุรีรัมย์ เข้ามาเทคโอเวอร์ สโมสรการไฟฟ้าฯ นั่นทำให้เขาต้องลงไปเล่นในศึกดิวิชั่น 2 ให้กับ บุรีรัมย์ เอฟซี แต่เขาไม่สนใจหรอกว่า จะได้อยู่ทีมเล็กทีมใหญ่ ขอแค่ได้ลงสนาม และทำให้เต็มที่

ปี 2010 เขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 กับ บุรีรัมย์ เอฟซี
ปี 2011 เขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 กับ บุรีรัมย์ เอฟซี

ในรอบ 4 ปี เขาคว้าแชมป์ลีกได้ครบทั้งสามดิวิชั่น (ในสมัยนั้น) และเป็นการคว้าแชมป์ครบทุกลีก ตั้งแต่อายุ 25 ปี

แต่พอหลังพ้นวัยเบญจเพสไป มันก็เป็นช่วงเดียวกับที่มีการถือกำเนิดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขาต้องโบกมือลาจากถิ่นอีสานใต้ ตามวิถีฟุตบอล

ปี 2012 เขาย้ายไปอยู่ ชัยนาท ฮอร์นบิล
ปี 2014 เขาต้องย้ายไปอยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในลีกรอง (ดิวิชั่น 1 เดิม) ซึ่งแน่นอน ด้วยวัยเกือบ 30 ปีแล้ว เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการติดทีมชาติแล้วแหละ แม้จะเป็นความฝันในวัยเด็กก็ตาม

แต่เพียงปีเดียวเท่านั้น เขาก็คว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง (ดิวิชั่น 1) และพา นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จ ในซีซั่น 2015 ภายใต้การคุมทีมของ ซูกาโอะ คัมเบะ

เลกสองของปี 2015 เขาได้รับโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง นั่นคือการได้เป็นกัปตันทีม ของทีมที่เล่นในลีกสูงสุดของเมืองไทย ซึ่งน่าจะเป็นกัปตันทีมที่เรียบง่าย และโนเนมที่สุดคนหนึ่ง

เขามีความเป็นผู้นำ เขามีความนิ่ง เขามีความทุ่มเท เขาดุดัน เขาอ่านเกมได้ดี และตัดบอลเด็ดขาด ไม่เล่นมากจังหวะ

เขาจึงกลายเป็นกองหลังที่น่าจับตามองคนหนึ่งของไทยลีก ในช่วงปี 2017 ทั้งที่อายุก็แตะหลักเลขสามแล้ว

ปี 2017 ในวัยย่าง 31 ปี เขาติดทีมชาติไทย ครั้งแรก ในแบบที่เขาไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อน ในยุคของ ราเยวัช

ปี 2018 ในวัยย่าง 32 ปี เขาเดินลงสนามให้ทีมชาติไทย ในฐานะกัปตันทีมครั้งแรกในชีวิต พร้อมเก็บคลีนชีตได้ที่ มงก๊ก สเตเดี้ยม ในเกมอุ่นเครื่องที่ ทีมชาติไทย บุกชนะ ฮ่องกง 1-0

ปี 2019 เขาได้ลงสนามให้ทีมชาติไทย ในศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 ซึ่งนับเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ทั้งที่ชีวิตนี้ เคยคิดว่า แค่การติดทีมชาติสักครั้ง เป็นแค่เรื่องฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ผ่านไปอีกสองปี จนถึงปัจจุบันในวัยย่าง 35 ปี ในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2020-21 เขายังคงทำหน้าที่กัปตันทีม “สวาทแคท” อย่างแข็งขัน และสวมปลอกแขนลงสนามครบทุกนัดทุกนาที จำนวน 19 เกม ในซีซั่นนี้ แบบไม่เจ็บ ไม่แบน ไม่ถูกโรเตชั่น

และนี่คือ คนสำคัญในแนวรับ “สวาทแคท” ที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะ 6 เกมติดต่อกัน และเก็บคลีนชีตได้ 5 แมตช์ติดต่อกันเข้าให้แล้ว

นักเตะคนนั้นชื่อว่า “เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว” ยอดกัปตันแห่ง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 

>>> เครดิต ภาพ/ข่าว : สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี / จอน

>>> สนใจเข้ากลุ่ม  รับตัว VIP แม่นมาก >>>   bit.ly/2A3MpmW

 
NFC FAMILY
กลุ่มปิด · สมาชิก 29,346 คน
เข้าร่วมกลุ่ม
กลุ่มนี้ NFC FAMILY 100% การันตีไม่มีโพสต์ 18+ >> https://www.facebook.com/groups/788232091233973/ มีเพื่อนบอกแนะนำเพื่อน มีแฟนแนะนำแฟนให้มากลุ่มนี้...
 

Tags: