“คอปเตอร์” ธัชนนท์ นคราวงศ์ มิดฟิลด์พันธุ์ดุแห่งทัพสวาดแคท โชว์ฟอร์มเยี่ยม เข้าตา นิชิโนะ


อีกหนึ่งนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ณ ปัจจุบัน ชื่อของ “คอปเตอร์” ธัชนนท์ นคราวงศ์ มิดฟิลด์พันธุ์ดุแห่งทัพ ‘สวาดแคท’ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คงจะมีแฟนบอลหลายคนนึกชื่อนี้ได้ขึ้นมาทันที

กองกลางวัย 23 ปีรายนี้ ลงสนามช่วยต้นสังกัดในไทยลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 8 เกม และทำผลงานยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองได้เป็นอย่างดี จนอาจไปเข้าตา ‘อากิระ นิชิโนะ’ กุนซือชาวญี่ปุ่น เรียกตัวเขาเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมชาติไทย ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ก็เป็นได้

ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน บวกกับความนิ่งและเลือดเย็นในการเล่นฟุตบอลบนฟลอหญ้า รวมถึงเท้าซ้ายที่สุดฉมัง หากเขายังพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน อนาคตในทัพ ‘ช้างศึก’ คงเปิดกว้างแน่นอน และจะเป็นการเดินตามรอยคุณพ่อของเขาที่ทำสำเร็จมาแล้วในอดีตกาล

หลายท่านคงอาจยังไม่ทราบพื้นเพของเด็กหนุ่มชาวจังหวัดสงขลารายนี้ เพราะเขาเป็นลูกชายของ ‘ธวัชชัย นคราวงศ์’ อดีตปีกจรวดระดับตำนานของจังหวัดสงขลา, ธนาคารกรุงเทพ รวมไปถึงสโมสรตำรวจ และยังเป็นถึงอดีตผู้เล่นทีมชาติไทย ยุค 80 นั่นเอง

ชีวิตการเดินทางบนเส้นทางชีวิตสายลูกหนังของ ‘คอปเตอร์’ ที่เติบโตมาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเป็นเพื่อนคู่ซี้สมัยขาสั้นกับ สิทธิโชค กันหนู ในระดับบอลนักเรียน และด้วยความที่เป็นลูกชายอดีตปีกซ้ายทีมชาติไทย คอปเตอร์จึงได้ซึมซับ (ดีเอ็นเอ) ลูกหนังมาอย่างเต็มเปี่ยมไปโดยปริยาย

ทว่าเส้นทางฟุตบอลมันไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะหลังเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้โอกาสไปเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาร์มี่ ยูไนเต็ด ในปี 2016 ก่อนจะย้ายไป การท่าเรือ เอฟซี ในปีเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นัดเดียว กระทั่งชลบุรี เอฟซี ขอยืมตัวไปใช้งานในปี 2017 แต่สุดท้ายก็ได้เล่นบ้างไม่ได้เล่นบ้าง

สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมารังเก่าอย่าง ‘สิงห์เจ่าท่า’ เหมือนเดิม กับสถานการณ์หนักกว่าเก่า เพราะเขาไร้บทบาทในการแย่งพื้นที่ตัวจริงในถิ่นแพท สเตเดี้ยม จนก่อนเปิดซีซั่น 2019 เขาได้รับการแจ้งจาก ‘เซอร์เด็จ’ กุนซือของการท่าเรือในสมัยนั้นว่า “ไม่ได้อยู่ในแผนทำทีม” !

ชีวิตเหมือนดิ่งลงเหว เพราะช่วงนั้นจึงทำให้เขา ต้องวิ่งวุ่นในการหาสโมสรลงเล่นให้ได้ จนบทสรุปสุดท้ายเขาก็ได้ไปลงเอยกับ ตราด เอฟซี ทีมน้องใหม่ในไทยลีก ฤดูกาล 2019 ที่มี อ.พยงค์ ขุนเณร คุมทัพอยู่นั่นเอง

อย่างไรก็ตามเพชรเม็ดงามชาวสงขลา ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป หากพูดตรงๆการย้ายมาอยู่กับ ตราด เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรที่ทุนไม่เยอะเหมือนหลายๆทีม แถมผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นการหยิบจับนักเตะที่เป็นส่วนเกินของสโมสรเก่าๆมาร่วมตัวกัน

แต่เขาก็ได้รับโอกาสลงสัมผัสเกมลีกสูงสุดของเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะมิดฟิลด์ตัวคุมเกม โดยมี ‘พิชิต ใจบุญ’ เป็นคนที่ค่อยเก็บกวาดให้ จนสร้างความมั่นใจให้เขาได้เฉิดฉายความเก่งกาจในเรื่องการผ่านบอลที่แม่นยำออกมาอยู่หลายครั้งในไทยลีก ซีซั่น 2019

หลังจบฤดูกาลเจ้าของเสื้อหมายเลข 8 แห่งถิ่นช้างขาวจ้าวเกาะ จำต้องโบกมืออำลาทีมโยกขึ้นเหนือซบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เพิ่งได้แชมป์ไทยลีก 2019 มาหมาดๆ ทว่าเขามีโอกาสเล่นให้กับยอดทีมแห่งสุดเขตแดนสยามเพียงแค่ช่วงปรีซีซั่นเท่านั้นเอง

จนสุดท้ายชีวิตของเขาได้พลิกผันอีกครั้ง เมื่อถูกทีมดังแห่งอีสานใต้อย่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ขอยืมตัวมาใช้งานเพื่อลุยในฤดูกาล 2020 กระทั่งทำผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา ‘โค้ชโจ’ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น จนกลายเป็นตัวหลักที่ขาดไม่ได้ในเกมแดนกลางไปโดยปริยาย

ความฝันเดินตามรอยเท้าของคุณพ่อด้วยการติดทีมชาติไทยให้ได้สักครั้ง อาจจะใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาอีกไม่นานนี้ก็เป็นได้ หากรักษาฟอร์มเฉียบแบบนี้ต่อไป ในเดือนหน้า (พฤศจิกายน) นอกจากเป็นเดือนเกิดของเขาแล้ว อาจจะมีของขวัญชิ้นโบว์แดงให้กับเขาอีกด้วยก็เป็นได้

>>> เครดิต ภาพ/ข่าว : สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี / footballsaim

 สนใจเข้ากลุ่ม  รับตัว VIP แม่นมาก >>>   bit.ly/2A3MpmW

Leave a Comment